GO INTER TO EMBRACE YOUR KNOWLEDGE WITH WWW.DEKGOINTER.COM

ดิฉันย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพี่เจี๊ยบ วันจันทร์ซึ่งเป็นวันทำงานดิฉันเดินทางไปมหาวิทยาลัยเพื่อพบอาจารย์หัวหน้าสาขาวิชาและเพื่อเข้าเรียน ตามธรรมเนียมไทยดิฉันถือของฝากไปให้อาจารย์หัวหน้าสาขาวิชา เพราะท่านเป็นคนกรุณาเขียนจดหมายตอบรับการมาเรียนของดิฉัน ดิฉันซื้อผ้าพันคอที่จตุจักร เป็นลายไทยๆแบบผ้าไหม อาจารย์ท่านชอบใจมาก  และดิฉันได้ซื้อเนคไทด์ผ้าไหมไปฝากหัวหน้าภาควิชาด้วย 

ดิฉันเข้าเรียนวิชา Hypermedia ร่วมกับนักศึกษาปริญญาโท เมื่อเข้าไปในห้องเรียนดิฉันตกใจมาก มีฝั่งอยู่สามสี่คน ที่เหลืออีก 10 กว่าคนนั่นคือหัวดำ จีน แขก เกาหลี แต่ไม่มีคนไทยในห้องเรียน มีดิฉันคนเดียว คลาสเรียนดูเหมือนแต่ละคนไม่ได้รู้จักกัน มาเพื่อมาเรียนโดยเฉพาะ ไม่มีเสียงเจี้ยวจ้าวคุยกันเหมือนห้องเรียนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยไทย ดิฉันไปนั่งข้างๆเพื่อนชาวเกาหลี แนะนำตัวพอหอมปากหอมคอ เพื่อนเป็นผู้ชายแต่งงานแล้ว ผู้ชายต่างชาติมักจะโชว์แหวน หรือไม่ก็เอ่ยขึ้นมาบอกตรงๆ  ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร  คงจะเป็นการป้องกันตัวในอีกรูปแบบหนึ่งหรือเปล่า ดิฉันไม่แน่ใจ  เพื่อนนิสัยดี ชวนคุย และแนะนำให้รู้จักคนอื่นๆข้างๆ สักพักมีอาจารย์เข้ามาในห้อง อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้หญิง ทำให้ดิฉันตกใจอีกเป็นครั้งที่ 2 อาจารย์สวมชุดขาว โนบรา แบบเหมือนชุดซีทรู หรือชุดนอนพักผ่อนริมทะเล มาถึงอาจารย์ก็เกริ่นๆ พูดหัวข้อต่างๆในรายวิชา เป็นการแนะนำ แล้วอาจารย์ก็สอนตามเนื้อหาใน Textbook

ดิฉันเดินทางไปเรียนทุกสัปดาห์ในวันจันทร์และพฤหัสบดี  ในระหว่างนั้น จะมีประชุมหรือมี้ตติ้งในช่วงพักกลางวันเป็นบางสัปดาห์ เพื่อจัดการสัมมนาทางวิชาการโดย  ผู้มาเยือนภาควิชาซึ่งอาจจะเป็นอาจารย์ต่างสถาบันจากในและต่างประเทศ  คณาจารย์ในภาควิชา  นักศึกษาปริญญาโทและเอก สามารถเข้าฟังการบรรยายได้  วันหนึ่งดิฉันก็ไปร่วมฟังด้วย ผู้คนค่อนข้างเยอะในห้องที่ค่อนข้างคับแคบ มีอาจารย์ชายท่านหนึ่งใส่กางเกงขาสั้น ส่วมหมวกคาวบอย จู่ๆก็เหยียบขึ้นโต๊ะผ่านหน้าคนนั่งหลายๆคน เพื่อไปนั่งในเก้าอี้ที่ว่าง ภาพที่ดิฉันเห็นก็ค่อนข้างแปลกใจปนตลกขบขันไม่น้อย โดยคนอื่นๆก็นั่งเฉย ไม่มีใครสนใจหรือมองว่าเป็นเรื่องไม่มีมารยาท แต่ถ้าดูสภาพห้องในตอนนั้นฝรั่งตัวใหญ่ๆ นั่งเรียงกันมีโต๊ะเรียงติดกันเป็นแถวๆ แถมไม่มีการจัดระยะห่าง แต่ละคนกำลังพุ่งความสนใจให้กับการฟัง ดิฉันก็เลยเข้าใจว่า นั่นคงจะเป็นเหตุผลที่อาจารย์ท่านนั้นไม่กล้ารบกวนคนอื่นให้ออกมาจากแถวที่นั่ง แต่ตัดสินขึ้นเหยียบไปที่โต๊ะ แล้วเดินบนโต๊ะเพื่อไปนั่งในตำแหน่งที่เก้าอี้ว่าง

อยู่ได้เดือนกว่าๆ ดิฉันเริ่มรู้สึกคัน เหมือนมีไรบนที่นอน ผ่านไปสองสามวันคันมาก ดิฉันเลยทนไม่ได้ต้องเดินหาคลีนิกหมอ การไปของดิฉันไม่ได้ทำประกันสุขภาพและไม่ได้ใช้บริการสุขภาพของทางมหาวิทยาลัย เลยต้องจ่ายเอง หมอที่ดิฉันค้นพบ คือ คนจีน ดิฉันก็อธิบายว่า I am itchy..itchy. คุณหมอดูเหมือนจะเข้าใจดี itchy itchy ตอบ แล้วให้ยามาทา ขวดยาใหญ่มาก ที่แท้ก็เป็นยาในกลุ่มคาราไมล์ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าการคันนั้นเกิดจากอะไร แต่ก็บ่นให้พี่เจี๊ยบรับรู้ พี่เจี๊ยบก็พยายามทำความสะอาดห้องนอนให้ดิฉันทุกสัปดาห์ ตุ่มคันของดิฉันถึงแม้ทายาไปแล้วก็ยังคันอยู่ ทำให้การใช้ชีวิตไม่เป็นปรกติเท่าไหร่ สองสัปดาห์ผ่านไปก็ยังไม่หาย จนในที่สุดทนไม่ได้  จึงตัดสินใจกลับเมืองไทยก่อนกำหนดเวลาเดิม  ก่อนกลับดิฉันสังเกตเห็นเพื่อนบ้านคนจีนที่อาศัยอยู่ในชั้นใต้ดิน  เลี้ยงไก่  ดิฉันถึง บางอ้อ  ตอนเห็นเขาอุ้มไก่ออกมาจากบ้าน ลักษณะแบบไก่ตี ไก่ตีโอ๊คแลนด์กับไก่ตีเมืองไทยไม่แตกต่างกันมาก  ถ้าดิฉันทนความคันได้ และตัดสินใจย้ายที่พัก ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องกลับก่อนกำหนดเวลา  แต่ดิฉันลืมคิดตรงนี้ไป เพราะเมื่อสภาพร่างกายมันไม่เป็นปรกติสุข  มันก็ไม่อยากจะคิดเรื่องอื่นๆแล้ว คิดถึงแต่อยากจะกลับบ้านเพื่อรักษาตัวให้หาย 

ดิฉันเลยต้องกลับเมืองไทยเพราะไก่ตีตัวนั้น 

บรรณาธิการเด็กโกอินเตอร์

Dek go inter