GO INTER TO EMBRACE YOUR KNOWLEDGE WITH WWW.DEKGOINTER.COM

ดิฉันเคยไปยุโรปเพื่อท่องเที่ยวก่อนหน้าที่ดิฉันไปจะไปทริปนี้เพื่อไปทำงาน 1 ครั้ง ทริปที่ดิฉันไปท่องเที่ยวครั้งนั้นก็ไม่ได้โกอินเตอร์สื่อสารกับนานาชาติเท่าไหร่ เพราะดิฉันไปเที่ยว ทริปนี้ดิฉันไปปารีสเพื่อวัตถุประสงค์หลักคือการทำงานในขณะที่เป็นนักศึกษาปริญญาเอก ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดิฉันได้เดินทางไปนำเสนอผลงานวิชาการที่ประเทศฝรั่งเศส

หลายคนอาจจะคิดว่าคนในทวีปยุโรปหรือในฝรั่งเศสจะพูดภาษาอังกฤษ แต่เมื่อไปสัมผัสถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เข้าใจนั้นผิดมาตลอด ในประเทศฝรั่งเศสใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก  ดิฉันก็ท่องเที่ยวบ้างตามประสาเมื่อเวลาอำนวย พบเจอผู้คนและถามทางที่จะไปสถานที่ต่างๆ เวลาที่ดิฉันถามทางกับคนฝรั่งเศสที่พบเจอ บางคนก็ทำได้แค่สายหน้าแล้วเดินจากไป แต่บางคนก็ Nice มากๆ พยายามอธิบายกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสโดยใช้ภาษากายสื่อความหมาย ชี้โบ้ยชี้เบ้ไปตามเรื่องตามเรื่อง ซึ่งก็ทำให้ดิฉันเดินทางไปถึงเป้าหมายในแต่ละที่ได้  ขอบอกว่าทริปนี้กับการไปเยือนฝรั่งเศสเต็มไปด้วยความประทับใจและประสบการณ์ สถานที่สำคัญที่เป็นที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางทั่วโลกต้องไป ดิฉันก็พยายามไปเยือนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น หอไอเฟล พิพิทธภัณฑ์ลูฟ เพื่อไปดูภาพวาดโมนาลิซ่า ที่ดิฉันดูแล้วก็ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ดิฉันคงไม่มีเลือดของศิลปินเท่าไหร่ บางคนบอกว่าเมื่อจ้องเข้าไปที่ภาพโมนาลิซ่า
โดยอาจจะเดินผ่านภาพ จะรู้สึกได้ว่าโมนาลิซ่าจ้องกลับ ดิฉันก็ไม่ได้รู้สึกมากแต่ยอมรับว่าสวยและคลาสสิค

ช่วงที่ดิฉันไปเป็นเดือนพฤศจิกายน อากาศหนาวมากประมาณ 6 - 11 องศาเซลเซียส แถมด้วยฝนตกปรอยๆ เวลาที่ไปเมืองหนาวเจอสภาพอากาศแบบนั้น ร่างกายก็ไม่สู้ดีนัก  ในระหว่างที่ดิฉันพักอยู่ในกรุงปารีส ก็ต้องรับประทานยาแก้แพ้ และแก้ไข้ ที่ดิฉันนำติดตัวไปด้วย เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ เป็นครั้งแรกของการโกอินเตอร์ที่ดิฉันเจอกับสภาพอากาศอันหนาวเหน็บ  ต้องเจ็บป่วย แต่ต้องเที่ยวเพื่อตักตวงประสบการณ์ และต้องทำงานตามหน้าที่ ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่อยู่ในกรุงปารีส ดิฉันพูดฝรั่งเศสได้สองคำ คือ เมอร์ซี่ หรือ Merci แปลว่าขอบคุณ และบองชูลหรือ Bonjour แปลว่า สวัสดี

ดิฉันเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับนานาชาติ เป็นครั้งแรกของการศึกษาในระดับปริญญาเอก เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยซึ่งเป็น หนึ่งในจำนวน 15 ผลงานที่ถูกเชิญให้เข้าร่วมนำเสนอในสถานที่ประชุมคือ โถงประชุมขนาดค่อนข้างใหญ่จุคนได้สามร้อยกว่าคน ของสถาบันวิจัยชั้นนำในประเทศฝรั่งเศส ดิฉันมีความตื่นเต้นมาก ท่องสคริปต์การนำเสนอภาษาอังกฤษเกือบสองสัปดาห์ จนสามารถจดจำได้ทุกคำ  ตอนนั้นภาษาอังกฤษของดิฉันก็ยังไม่แข็งแรงดี ในวันที่นำเสนอผลงานดิฉันได้รับเชิญให้ออกไปนั่งรอการนำเสนอเช่นเดียวกับนักศึกษา  คนอื่นๆ เมื่อถึงคิวดิฉันก็พูดได้อย่างคล่องแคล่วเพราะจำสคริปต์ได้หมด ไฮไลท์อยู่ที่การตอบคำถาม ดิฉันถูกซักถามจากอาจารย์ที่นั่งฟัง ประมาณ 2 - 3 คำถาม ยิ้มได้อย่างเดียว ช่างเป็นอะไรที่อับอายมากมาย ตอบได้คำถามเดียวเท่านั้น เหตุผลคือ ดิฉันฟังภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสไม่ได้ค่ะ เลยไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร ถามอะไร ขนาดภาษาอังกฤษจากคนพูดภาษาอังกฤษเองดิฉันยังฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แล้วนี่ภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสคงไม่ต้องบอกว่ามันยากมาก ดิฉันก็จบการบรรยายนำเสนอผลงานวิจัยด้วยรอยยิ้มสยาม ปนความกระดากและอายๆนิดนึง แต่ก็ทำไงได้ มันฟังไม่ออกจริงๆ ผู้ฟังในที่ประชุมกว่าสองร้อยคนในขณะนั้นคงจะเข้าใจความรู้สึกของดิฉัน ที่มาจากแดนไกลแถมยังสื่อสารไม่ค่อยได้ ในแวดวงนักวิชาการถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้เรียนจะต้องทำการพัฒนาทางด้านทักษะทางภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาปริญญาเอก ดิฉันก็ปลอบใจตัวเองว่าหลายๆคนคงให้อภัย การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น จำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้ผู้เรียนโกอินเตอร์ ดังนั้นใครที่มีโอกาสได้เรียนในระดับที่สูงขึ้น ก็ควรหมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเองเพื่อให้มีความเป็นอินเตอร์ต่อไปนะคะ

บรรณาธิการเด็กโกอินเตอร์

Dek go inter